/ / ประโยชน์ของการดื่มน้ำ

ประโยชน์ของการดื่มน้ำ

with No Comments

ประโยชน์ของการดื่มน้ำ เคยได้ยินกันมานานแล้วว่าการดื่มน้ำดีต่อสุขภาพร่างกาย แต่ดีขนาดไหน เราจะเผยความจริงให้คุณรู้ !

เชื่อว่าทุกคนก็คงจะรู้อยู่แล้วล่ะว่า น้ำ เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ร่างกายขาดไม่ได้ แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่ชอบดื่มน้ำกัน บ้างก็กลัวว่าดื่มน้ำมาก ๆ จะทำให้เข้าห้องน้ำบ่อย หรือเหตุผลอีกต่าง ๆ นานา แต่ขอบอกเลยว่าการที่ไม่ดื่มน้ำทำให้คุณพลาดประโยชน์ที่น่าอัศจรรย์ของการดื่มน้ำไปอย่างไม่น่าให้อภัยเลยล่ะ ลองไปดูประโยชน์ของการดื่มน้ำกันเลย บอกเลยใครพลาดน่ะน่าเสียดายที่สุด

  1. ดื่มน้ำช่วยลดอาการอ่อนเพลีย  สาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ร่างกายเกิดการอ่อนเพลียก็คือภาวะขาดน้ำ ดังนั้นการดื่มน้ำจะทำให้ร่างกายภายในชุ่มชื้นขึ้น และลดภาวะขาดน้ำได้ ช่วยให้รู้สึกสดชื่นมีแรงขึ้นกว่าเดิม ใครที่กำลังรู้สึกอ่อนเพลียลองจิบน้ำดูนะคะ รับรองว่าช่วยได้แน่นอนs10
  2. ช่วยให้ลดน้ำหนักได้ผลดียิ่งขึ้น การดื่มน้ำก่อนรับประทานอาหารจะช่วยทำให้คุณรู้สึกอิ่มท้องและรับประทานอาหารได้น้อยลง รวมทั้งถ้าหากดื่มน้ำขณะที่กำลังหิว ๆ ละก็ จะช่วยลดความอยากอาหารได้เป็นอย่างดี ไม่เพียงเท่านั้น แต่การดื่มน้ำก็ยังช่วยเพิ่มการทำงานของระบบการเผาผลาญอีกด้วยโดยเฉพาะน้ำเย็น สามารถช่วยให้ร่างกายเผาผลาญได้มากขึ้นจ้า.s7
  3. ขจัดสารพิษในร่างกาย ไตเป็นอวัยวะที่สำคัญในการขับสารพิษออกจากร่างกาย โดยเมื่อไตกรองสารพิษในของเหลวที่อยู่ในร่างกายแล้วก็จะถูกขับออกมาในรูปแบบต่าง ๆ อาทิเช่น เหงื่อ และปัสสาวะ การดื่มน้ำจะช่วยให้ร่างกายขับสารพิษออกมาได้ดีขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดการติดเชื้อในท่อปัสสาวะและนิ่วในไตได้s16
  4. บำรุงผิวพรรณ ถ้าอยากมีผิวพรรณที่ชุ่มชื้นและดูมีน้ำมีนวลละก็ ขอแนะนำให้ดื่มน้ำเลย เพราะน้ำเนี่ยล่ะค่ะที่จะช่วยขับเอาสารพิษต่าง ๆ ออกจากร่างกาย ทำให้ผิวพรรณดีขึ้น แถมยังช่วยให้ผิวพรรณดูอ่อนกว่าวัยอีกด้วยs5
  5. รักษาอาการปวดหัวได้ อาการไมเกรนและปวดหลัง แท้จริงแล้วอาจมีสาเหตุมาจากภาวะขาดน้ำในร่างกายได้ ดังนั้นการดื่มน้ำอย่างเพียงพอนี่ล่ะจะสามารถช่วยลดอาการเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี ไม่เชื่อก็ลองดื่มน้ำเยอะ ๆ เวลาปวดหัวดูสิ จะรู้สึกเลยว่าอาการปวดหัวเบาลงเลยล่ะs6
  6. ป้องกันตะคริว และอาการเคล็ด ภาวะขาดน้ำส่งผลให้ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและสารหล่อลื่นระหว่างข้อต่อต่าง ๆ ลดน้อยลง จนอาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้ง่าย ดังนั้นการดื่มน้ำจึงจำเป็นต่อกล้ามเนื้อและข้อต่อต่าง ๆ ถ้าไม่อยากเป็นตะคริว หรือเคล็ดขัดยอกตามข้อต่อต่าง ๆ ควรหมั่นดื่มน้ำให้เพียงพออยู่เสมอs11
  7. ช่วยให้อารมณ์ดี หลายคนอาจจะแปลกใจว่าการดื่มน้ำช่วยทำให้อารมณ์ได้ด้วยอย่างนั้นหรือ ขอบอกเลยค่ะว่าช่วยได้ เพราะเมื่อเราดื่มน้ำเข้าไปในปริมาณที่เพียงพอต่อร่างกาย ก็จะช่วยให้ระบบการทำงานต่าง ๆ ภายในทำงานได้เป็นปกติ ลืมไปได้เลยกับอาการผิดปกติต่าง ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อจิตใจs8
  8. สร้างเสริมสมองให้ทำงานดีขึ้น การศึกษาในเมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ พบว่านักศึกษาที่นำน้ำเข้าไปดื่มด้วยในห้องสอบ จะทำข้อสอบได้คะแนนดีกว่า นั่นก็เป็นเพราะว่า น้ำจะช่วยทำให้สมองปลอดโปร่ง ส่งผลต่อการทำงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะในเรื่องของความจำ หรือการคิดประมวลผลต่าง ๆs17
  9. ช่วยปรับสมดุลของอุณหภูมิในร่างกายขณะที่ออกกำลังกาย การออกกำลังกายทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น และการดื่มน้ำในขณะที่ออกกำลังกายจะช่วยให้อุณหภูมิในร่างกายลดลงได้ และช่วยทดแทนของเหลวในร่างกายที่เสียไปจากการขับเหงื่อ แต่ก็ควรจะดื่มน้ำอย่างเหมาะสม โดยค่อย ๆ จิบน้ำหลังจากออกกำลังกาย ไม่ควรดื่มรวดเดียวเพราะอาจจะทำให้เกิดอาการจุกและเป็นอันตรายได้s18
  10. ช่วยต่อสู้กับอาการป่วย การดื่มน้ำสามารถช่วยลดอาการคัดจมูกและภาวะขาดน้ำในระหว่างที่ป่วยเป็นไข้หวัดได้ ถึงแม้ว่าจะไม่มีการศึกษาใดยืนยันอย่างชัดเจนว่าการดื่มน้ำสามารถรักษาไข้หวัดได้ แต่เราก็ควรที่จะดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมs12
  11. ดีต่อสุขภาพหัวใจ มีการศึกษาหนึ่งพบว่าปริมาณน้ำที่ดื่มนั้นมีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดโดยการศึกษาได้แสดงให้เห็นว่าการดื่มน้ำมากขึ้นทำให้ความเสี่ยงโรคหัวใจลดลง แต่การดื่มเครื่องดื่มที่มีพลังงานสูง อย่างเช่นโซดา หรือ น้ำผลไม้ จะทำให้ความเสี่ยงในการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจสูงขึ้นอีกด้วยs13
  12. ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น การดื่มน้ำจะช่วยละลายไขมันในร่างกายและช่วยให้ไฟเบอร์ชนิดที่ละลายน้ำได้นั้นทำงานได้เต็มที่ ส่งผลให้อาการท้องผูกลดลง การดื่มน้ำมาก ๆ จะช่วยให้ร่างกายขับถ่ายของเสียออกมาได้ง่าย แต่ถ้าหากดื่มน้ำน้อยเกินไปก็จะทำให้ร่างกายต้องนำน้ำไปใช้ในส่วนอื่นจนทำให้ขับถ่ายได้ยาก เกิดเป็นอาการท้องผูก

เห็นแล้วว่าน้ำมีประโยชน์ต่อร่างกายของเรามากน้อยเพียงใดอย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวันด้วยร่างกายจะไม่ขาดน้ำและได้รับประโยชน์อย่างที่กล่าวมาในข้างต้นนี้

ที่มา : http://health.kapook.com/view117507.html

Leave a Reply